DSI บุกค้นบ้านขรก.หญิงสตูล บิ๊กแชร์ลูกโซ่ ตะลึง!! ลวงเหยื่อสูญเงินกว่าพันล้าน




กรมสอบสวนคดีพิเศษ บุกค้นบ้านพักของข้าราชการหญิงในจังหวัดสตูล หลังตกเป็นผู้ร่วมขบวนการแชร์ลูกโซ่ทองคำรายใหญ่ พบลวงเหยื่อร่วมลงทุน สูญเงินแล้วกว่า 1 พันล้านบาท

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ม.ค. 2559) นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร  ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และเจ้าหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสตูลนำหมายศาลเข้าตรวจสอบบ้านเป้าหมายของนางจรวยพร เอี้ยวสกุล  ผู้ที่มีชื่อเสียง และฐานะทางสังคมในพื้นที่ จ.สตูล และเป็นข้าราชการในจังหวัด ย่านถนนราษฎร์อุทิศ อ.เมือง  จ.สตูล เพื่อขยายผลขบวนการแชร์ลูกโซ่ชักชวนการลงทุนในทองคำ เนื่องจากเมื่อกลางเดือนตุลาคม 2558 เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนและตรวจค้นบ้านของบุคคลรายสำคัญในขบวนการนี้มาแล้วที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมอายัดทรัพย์กว่า 20 ล้านบาท และตรวจค้นที่อำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2558 อายัดทรัพย์กว่า 30 ล้านบาท กระทั่งขยายผลมาที่จังหวัดสตูล ซึ่งอยู่ในกลุ่มขบวนการหลอกลวงประชาชนว่ามีบริษัทค้าทองคำจากประเทศจีนเปิดให้ประชาชนในประเทศไทยลงทุนกับบริษัทโดยให้ผลตอบแทนร้อยละ 10 ต่อเดือน

 


นายปิยะศิริ กล่าวว่า การหลอกลวงนั้นเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือและประชาชนทั่วไปหลงเชื่อเข้าร่วมลงทุน  ซึ่งกลุ่มผู้กระทำผิดได้จัดทำเว็บไซต์มีการจัดประชุมแสดงภาพความสำเร็จและมีการกล่าวจูงใจ  เพื่อให้ผู้ร่วมลงทุนเชื่อมั่นและลงทุนแบบไม่ถอดหุ้น พร้อมมีผลตอบแทนระหว่างการลงทุน จากนั้นกลุ่มผู้กระทำผิดได้หยุดจ่ายผลตอบแทนทำให้เกิดความเสียหาย ล่าสุดพบข้อมูลความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท กรณีที่จังหวัดสตูลรายนี้เป็นข้าราชการในพื้นที่ เป็นบุคคลมีชื่อเสียงและฐานะทางสังคม จึงถือว่าเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือมาก ทำให้มีผู้เข้าร่วมลงทุนด้วยกว่า 60 ราย

 


นายปิยะศิริ กล่าวด้วยว่า  จากการตรวจสอบทรัพย์สินพบหลักฐานที่ใช้ทำแชร์ลูกโซ่ โดยเฉพาะข้อมูลในโน๊ตบุ๊คถือว่าเป็นหลักฐานแน่นหนามากที่สุด และจะทยอยตรวจเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน

 


ทั้งนี้ ด้าน นางจรวยพร เอี้ยวสกุล กล่าวว่า ยินดีที่ให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจค้น และตรวจสอบเอกสาร และยอมรับว่าเอกสารมีจริงไม่ได้ทำลายไปไหน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปตรวจสอบ และการลงทุนมีเงินเยอะในบัญชีเพราะตนเองไม่ได้เบิกออกมาเป็นเงินสะสมเรื่อย และก็ถือว่าเป็นผลกำไร ส่วนตนเองนั้นทำธุรกิจหลายตัว และยินดีให้ตรวจค้นบ้าน และก็มีสมาชิกที่มาลงทุน ส่วนหลักฐานเอกสาร หรือข้อความก็ให้ไปทุกอย่าง ยืนยันบริสุทธิ์มิได้โกงใคร และตนเองก็ได้รับผลกระทบตรงนี้สูญเสียเงินไปเช่นกัน 36 ล้านบาท

 

 



เรียบเรียงโดย : เอกพันธ์ แป้นไทย

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน




ข่าวที่เกี่ยวข้อง