ทำงานบ้าง!! 2 สาวเมืองหนองคาย โร่จี้พงส.คดีถูกปลอมเฟซบุ๊กขายตัว จนอับอายไปทั้งเมือง จับแฟนเพื่อนมือปลอมเฟซได้แต่ไม่ทำอะไรเลย




วันที่ 13 มิ.ย. 2560 จากกรณี น.ส.ปริญฉัตร หรือเอมมี่ ทิพย์สุทธิ์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 ม.4 บ.นาพิพาน ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย และ น.ส.พัสดา หรือเบียร์ แก้วมณี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 ม. 4 บ.นาพิพาน ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย ถูกปลอมแปลงเฟสบุ๊ค โดยใช้ชื่อว่า “แอนอพินญา ทิพย์สุทธิ์” ได้ขายบริการทางเพศผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าว จนมีคนเข้าใจผิดและทำให้เกิดความอับอาย

 


โดยคดีนี้ ผู้เสียหายทั้ง 2 ได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2560 ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิด โดยมี 2 ผู้เสียหายเป็นผู้ชี้เบาะแสให้จับกุมดำเนินคดีกับนายฐาปกรณ์หรือต้น อินธิกูด อายุ 25 ปี อยู่ บ.โนนสังข์ ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย ซึ่งนายฐาปกรณ์เป็นแฟนของเพื่อนสาวของพวกตน คือ น.ส.อนัญตยา ประกอบสัตย์ อายุ 22 ปี

พร้อมกับเล่าว่าโดยก่อนหน้านี้พวกตนมักจะเอาคอมพิวเตอร์ไปให้นายฐาปกรณ์ซ่อม พร้อมกับบอกรหัสผ่าน, อีเมล์แอดเดรส และเบอร์โทรศัพท์มือถือ ให้นายฐาปกรณ์ได้รู้ เนื่องจากสนิทสนมกันมาก ต่อมาพวกตนมีเรื่องบาดหมางใจกันกับเพื่อนหญิงคนดังกล่าวซึ่งเป็นแฟนสาวของนายฐาปกรณ์ จนบาดหมางกันไปหมด ต่อจากนั้นพบว่าหรือสันนิษฐานได้ว่านายฐาปกรณ์ได้ปลอมแปลงหรือนำเฟสบุ๊คของพวกตน โดยนำรูปภาพไปลงในลักษณะเชิญชวนซื้อ-ขายบริการทางเพศ เชิญชวนให้ร่วมเพศ โดยเสียค่าบริการจำนวน 1,500 บาท กระทั่งมีคนโทรมาต่อว่า ว่าซื้อบริการแล้วไม่ไปตามนัด ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้พวกตนได้รับความอับอายต่อสาธารณชน (กลุ่มเฟสบุ๊ค จำนวน 2,340 ราย) และเพื่อนร่วมงาน ขณะเดียวกันนายฐาปกรณ์ก็กระทำการดังกล่าวมาเป็นระยะๆ ซึ่งพวกตนรวมทั้งผู้เสียหายรายอื่นก็ได้เข้าแจ้งความยัง สภ.เมืองหนองคาย เรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ได้นำผู้เสียหายไปพบกับนายฐาปกรณ์ที่บ้านพัก พร้อมกับทำการยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ (เคส และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ภายใน) พร้อมเชิญตัวนายฐาปกรณ์มาสอบสวน ณ สภ.เมืองหนองคาย ซึ่งเบื้องต้นนายฐาปกรณ์ก็ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำการดังกล่าวจริง จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดี พร้อมปล่อยตัวนายฐาปกรณ์

วันที่ 18 พ.ค. 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าว พบว่ามีการใช้ยูสเซอร์ - พาสเวิร์ส เฟสบุ๊คของผู้เสียหาย และมีการลบข้อมูลในฮาร์ดดิสบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดี เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดคอมพิวเตอร์ของกลางเพื่อเตรียมนำส่งกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กทม.


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน