"อุตรดิตถ์"เปิดประตูสู่เวียงจันทน์ ระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC- CVEC กับสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง 3 ประเทศ 2 มรดกโลก หลวงพระบาง-สุโขทัย





"อุตรดิตถ์" สำรวจเส้นทางเปิดประตูสู่เวียงจันทน์ ระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC- CVEC กับสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง โยง 3 ประเทศ พม่า ไทย ลาว เชื่อม 2 เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง-สุโขทัย แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ขยายการขนส่ง ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและผลผลิตการเกษตร สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย สนับสนุนแลกเปลี่ยนให้นักเรียน นักศึกษา เข้าศึกษาที่วิทยาลัยการอาชีพและมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประกอบด้วย วัฒนธรรม เกษตร ปฏิรูปที่ดิน ประมงพาณิชย์ สำนักพุทธศาสนา ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอำเภอบ้านโคก นายอำเภอฟากท่า ผู้แทนจากนายอำเภอน้ำปาด ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์และคณะสื่อมวลชนจังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 24 คน ร่วมเดินทางออกจากหน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยรถยนต์ตู้โดยสารมุ่งหน้าสู่จุดผ่านแดนถาวรภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก เข้าสู่เมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี ผ่านเมืองชะนะคาม แขวงเวียงจันทน์ และเมืองสังข์ทอง เข้าสู่นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน(สปป.)ลาว ระหว่างวันที่ 24-27 ตุลาคม 2562

เพื่อศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวเครือข่ายวัฒนธรรมท่องเที่ยวสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง แขวงไชยะบุรี หลวงพระบาง(เมืองมรดกโลก) แขวงเวียงจันทน์และนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศ ชุมชนและวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน เพื่อการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดอุตรดิถ์ ราชอาณาจักรไทยกับแขวงไชยะบุรี แขวงเวียงจันทน์และนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว รวมถึงศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงอุตรดิตถ์-นครหลวงเวียงจันทน์ ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเชียงใหม่-เวียงจันทน์ (CVEC) และการขยายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและจังหวัดกับแขวงต่างๆและนครเวียงจันทน์

ทั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง1 ร่วมกับจังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดสุโขทัย เพื่อเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย Luangprabang-Indochina-Mawlamyine Economic Corridor (LIMEC) โดยที่ประชุมครม.เห็นชอบการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย ไว้เป็นส่วนหนึ่งภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศลุ่มแม่นํ้าอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) และยังเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างเมืองมรดกโลกสุโขทัยกับเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง ด้วยเส้นทางสุโขทัย อุตรดิตถ์ แขวงไชยะบุรีสู่หลวงพระบาง

ระเบียงเศรษฐกิจ หรือ LIMEC หลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย เป็นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ แขวงไซยะบุรีและแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว รัฐกะเหรี่ยงและรัฐมอญ ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นแนวเส้นทางเชื่อมโยง 3 ประเทศเข้าด้วยกันระหว่าง พม่า ไทยและลาว เพื่อส่งเสริมด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา สุขภาพและโลจิสติกส์ ก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายขนส่งสินค้า ประชากร และสารสนเทศ อันจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมทั้ง 3 ประเทศเข้าด้วยกัน โดยการอาศัยศักยภาพโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 117 และเส้นทางรองเชื่อมโยงจุดผ่านแดนถาวรภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

002





โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์และคณะได้เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านคำพัน สิดทิคำพา เจ้าแขวงเวียงจันทน์, ท่านยรรยง สีปะเสิด รองเจ้าแขวงไชยะบุรี, ท่านสมจิด จันทะวงเจ้าเมืองปากลาย, ดร.อาลุน บุนมีไซ หัวหน้าห้องการกรมพัฒนาการท่องเที่ยวส่วนแถลงข่าววัฒนธรรมและท่องเที่ยว, ท่านลือชัย พะดวงเดด หัวหน้าแผนกการต่างประเทศ, ท่านพวงเพด สิงหาราช ประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแขวงไชยะบุรี, ท่านบุนพะลัง วิไลสัก หัวหน้าห้องว่าการเมืองปากลาย, ท่านวานิดสา สุนาเคน หัวหน้าห้องการอุตสาหกรรมและการค้าเมืองปากลาย, ท่านคำฝั้น. วงสะหวัน หัวหน้าห้องการกสิกรรม และป่าไม้เมืองปากลาย, ท่าน พท.สุลิวง สิลิมะโนทำ หัวหน้าห้องกองบัญชาการป้องกันความสงบเมืองปากลาย, ท่านสมพอน ลาดมนตี หัวหน้าห้องการแถลงข่าววัฒนธรรมและท่องเที่ยวเมืองปากลาย, นางลัดสะหมี แสงจัน หัวหน้าห้องการแผนการและการลงทุนเมืองปากลาย, ท่านพันโทสิงแก้ว กวางวันตอ หัวหน้าตม.ด่านสากลภูดู่, ท่านตุ้ย คำวันดีหัวหน้าภาษีด่านสากลภูดู่

ที่ประชุมพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสปป.ลาว ที่มีสภาพภูมิอากาศ ชุมชน วัฒนธรรมคล้ายคลึงกันและมีความสัมพันธ์กันยาวนาน การที่แขวงไชยะบุรี แขวงเวียงจันทน์และจังหวัดอุตรดิตถ์ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ ผลประโยชน์ที่จะได้รับคือ การเชื่อมโยงเชิงกายภาพระหว่างสองประเทศและอนุภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การเดินทางของประชาชนและการขนส่งตามแนว CVEC มีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ทำให้ต้นทุนการเดินทางและขนส่งระหว่างกันลดต่ำลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ระหว่างสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการค้าชายแดนด่านถาวรภูดู่ ส่งเสริมการใช้สินค้า วัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างของไทย และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนใน สปป.ลาวมากขึ้นรวมถึงการขยายสายสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม เพื่อแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนเพื่อส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์และแขวงเวียงจันทน์ แลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและผลผลิตทางการเกษตรระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์กับแขวงเวียงจันทน์ แลกเปลี่ยนและสนับให้นักเรียน นักศึกษาได้มีโอกาสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และวิทยาลัยการอาชีพรัตนประสิทธิ์วิทย์ อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์รวมถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ด้วย

ที่ประชุมยังพูดถึงการศึกษาข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวของเครือข่ายวัฒนธรรมท่องเที่ยวสี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง ระหว่างไทย-ลาว จากจุดผ่านแดนถาวรภูดู่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมืองปากลาย แขวงชไยะบุรี ผ่านเมืองชะนะคาม แขวงเวียงจันทน์ และเมืองสังข์ทองเข้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อนำข้อมูลมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไป นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการได้รับทราบ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่อไป ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่ชายแดนติดกับสปป.ลาว และเป็นจังหวัดแรกของภาคเหนือตอนล่าง ที่สำรวจเปิดเส้นทางเข้าสู่แขวงเวียงจันทน์และนครหลวงเวียงจันทน์ จากด่านถาวรภูดู่ อุตรดิตถ์ ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 252 กิโลเมตร หลังจากสำรวจเปิดเส้นทางภูดู่-หลวงพระบางมาแล้ว ด้วยระยะทาง 310 กิโลเมตร ซึ่งนครหลวงเวียงจันทน์มีระยะทางที่สั้นและใกล้กว่า

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดอุตรดิตถ์

003


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง