เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากสะพาน หลัง รถเทเลอร์ชนสะพานเข้าถนนพังเสียหาย





เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากสะพาน หลัง  รถเทเลอร์บรรทุกเครื่องจักรโรงงานชนสะพานเข้าถนนพังเสียหาย เจ้าหน้าที่ แขวงการทางเร่งรื้อชากเข้าข้างทางเพื่อเปิดจราจร

     จากกรณี  วันที่22กันยายน​2562​ 22.00น.​ ​ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุ มีรถเทเลอร์บรรทุกเครื่องจักรขนาดใหญ่ชนสะพานคนข้ามถนนบริเวณ กิโลเมตรที่ 102 ถนนพหลโยธิน ต.หนองยาว  อ. เมือง จ.  สระบุรี เส้นทางขาเข้ากรุงเทพมหานคร   เป็นรถบรรทุกเทรลเลอร์ ยี่ฮอ้​SCANNiA  สีแดงหมายเลขทะเบียน​ตัวแม่ 79-8387  กรุงเทพมหานคร ตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน​ 65-0820 กรุงเทพมหานคร ซึ่ง  นาย​ พสิทธิ์​ จันทรจันทึก​ อายุ42ปี เป็นคนขับ บรรทุกเครื่องจักรกลขนาดใหญ่บนรถ โดยเครื่องจักรบนรถได้เฉี่ยวชนกระแทกกับสะพานปูนคนข้ามตกลงมาทับตัวเครื่องจักรบนรถ  และ ปูนเกลื่อนบนถนนทั้งเส้นทางคู่ขนานขาเข้า กทม  ส่งผลทำให้การจราจรขาเข้า กทม เป็นอัมพาตหลายหลายชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางหลวง และ ตำรวจ สภ. เมือง สระบุรี ต่างมีการเร่งระบายในการเปิดทางย้อนศรระบายรถเข้าสู่ กทม ก่อนเพื่อความสะดวกของประชาชนการเดินทาง ตลอดคืน  แต่เส้นทางคุ่ขนาน ยังใช้การไม่ได้

 






 ล่าสุด เมื่อเวลา  11.00 น. วันที่  25 กย.  ผุ้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่อีกครั้ง ได้พบว่า มีเจ้าหน้าที่แขวงการทาง สระบุรี พร้อมฝ่ายช่าง พร้อมเครื่องจักร ต่างเร่งทำการขนย้ายซากปูนที่หักพังเพื่อนำเข้าข้างทาง ส่วน บริเวรเส้นทางด่าน  เจ้าหน้าที่สามารถเปิดใช้บริการให้รถวิ่งผ่านไปได้  ขณะที่ เส้นทางคู่ขนานขาเข้า ยังมีซากปูนขนาดใหญ่ขวางอยู่ เจ้าหน้าที่ยังมีการปิดการใช้งานไว้ก่อน เป็นระยะทาง 500 เมตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งทำงานเคลื่อนย้าย

ส่วนทางด้าน  พ.ต.อ.  ธนินท์รัฐ  วิชทิพยนานนท์ ผกก. สภ. เมือง สระบุรี ซึ่ง ลงพื้นที่สำรวจที่เกิดเหตุและเร่งการดำเนินการระบายรถ เผยว่า ตลอดเวลาเกิดเหตุ ตนสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยระบายการจราจรคลอดเวลา พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่แขวงการทางเพื่อเร่งแก้ใขในการขนย้ายซากเข้าข้างทาง เพื่อให้ประชาชนได้เดินทางเร็วที่สุด  โดยที่ผ่านมาเส้นทางด่วน ขาเข้า กทม นั้นหลังจากเกิดเหตุ ตนได้ร่วมกับ แขวงการทางเปิดใช้ทางได้ประมาณ ตี 4 ที่ผ่านมาแล้ว ยังเหลือเส้นทางคู่ขนาน ยังให้การไม่ได้ เพราะมีซากปูนขนาดใหญ่ขวางอยุ่  จึงต้องเร่งทำการเก็บตัดเหล็กแยกชิ้นส่วน  โดยคงต้องใช้เวลาอีก 2  วันเส้นทางคู่ขนาดจะเปิดใช้การได้ ซึ่งในค้อนนี้ คู่ขนานขาเข้า ทางเจ้าหน้าที่ปิดใช้ก่อน เป็นระยะทาง 500 เมตร โดยมีการใช้ป้ายบอกทางบังตับให้ขึ้นผ่านบนทางด่วนไว้ก่อน ขณะที่ค่าเสียหายยังอยุ่การประเมิน ส่วนสะพานนี้ เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ฝั่งด้านขาเข้า สระบุรี ตัวสะพานก็เคยถูกรถบรรทุกสิบล้อชนพังตกลงมาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งครั้งนี้ถือว่าสะพานดังกล่าวเป้นครั้งที่ 2

 

 

 

ภาพ-ข่าว สมพงษ์ ปานรุ่ง ผุ้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ. สระบุรี 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน