รมช.คมนาคม ติดตามขยายสนามตรัง ครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือน





เมื่อเร็วๆนี้ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่าอากาศยานตรัง โดยมีนายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน พันจ่าอากาศเอกเมืองชล วงศ์สุวรรณ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ ณ ชุมชนบ้านโคกหล่อ จังหวัดตรัง พร้อมเปิดเวทีรับฟังปัญหาที่ห้อประชุมท่าอากาศยานตรัง

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่พบประชาชนบริเวณชุมชนบ้านโคกหล่อ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านข้างท่าอากาศยานตรังบริเวณหัวทางวิ่ง 26 เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบด้านเสียง และการแตกร้าวของบ้านเรือน ซึ่งมีผู้แทนชุมชนและตัวแทนชาวบ้านเข้าพบ รวมถึงได้เข้าเยี่ยมบ้านเรือนของประชาชนในชุมชน

                ขณะที่นางวรรณา บุญนวล  อายุ 54 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 110/15 หมู่ที่ 12 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบพาผู้สื่อข่าวดูสภาพหลายจุดของตัวบ้านที่มีรอยแตกร้าวและมีผลกระทบด้านเสียง คือ ณ วันนี้ถ้าไม่เปลี่ยนเป็นสนามบินนานาชาติตนยังคงรับได้ แต่ตนเองไม่คัดค้านในการสร้างสนามบิน แต่ตนต้องการขอร้องให้ทางหน่วยงานช่วยเหลือเวียนคืนที่ดินตรงนี่ไปเสียด้วย หากต่อไปเป็นสนามบินนานาชาติแล้วตนเองคงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้เพราะวันหนึ่งเครื่องบินขึ้นลงหลายเที่ยวบินและลำใหญ่ขึ้น ตนเองอยากขอร้องให้ท่านที่รับผิดชอบเวียนคืนที่ดินตรงนี้ไปด้วย หากมีการเวียนคืนในราคาที่เหมาะสมตนเองพร้อมที่จะย้ายออกทุกครัวเรือน ในพื้นที่ดังกล่าวมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนถึง 90 % แต่เมื่อมีสนามบินนานาชาติเกิดขึ้นความเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้รับ 100% เต็ม ทั้งนี้มีหน่วยงานเข้ามาแต่ไม่ให้คำตอบ คนเองและชาวบ้านต้องการคำตอบที่ชัดเจนแน่ชัด หากวันหนึ่งมีจำนวนเครื่องบินเพิ่มมากขึ้นชาวบ้านแถวนี้คงจะอยู่ไม่ได้ผลกระทบมันจะเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันนี้ตนก็แทบจะอยู่ไม่ได้แต่ต้องทนเพราะต้องการให้ความเจริญเข้ามาสู่จังหวัดตรัง






ในขณะที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงความคืบหน้าของการสร้างสนามบินตรัง จำนวน 3 โครงการ ได้แก่

1. โครงการปรับปรุงต่อเติมอาคารผู้โดยสาร เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น จากเดิม 300 คน/ชั่วโมง (0.86 ล้านคน/ปี) เป็น 600 คน/ชั่วโมง (1.7 ล้านคน/ปี) วงเงินงบประมาณ101,700,000 บาท โดยมีบริษัท ซีวิล พี จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้า 43%

2. โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ เนื่องจากปัจจุบันท่าอากาศยานตรังมีปริมาณผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนประมาณ 600 คน/ชั่วโมง และในปี 2568 คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนถึง 880 คน/ชั่วโมง จึงมีโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นเป็น 1,200 คน/ชั่วโมง (3.40 ล้านคน/ปี) และสามารถจอดรถยนต์ได้ 700 คัน มีวงเงินงบประมาณ 1,070,000,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสัญญาก่อสร้างกับบริษัท พอร์ท แอนด์ มารีน คอร์ปปอเรชั่น จำกัดคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564

3. โครงการก่อสร้างเสริมความแข็งแรงทางวิ่ง สร้างทางขับและลานจอดอากาศยาน พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน ให้สามารถรองรับอากาศยานได้มากขึ้น จากเดิมสามารถรองรับอากาศยาน B737 ได้ 4 ลำ ในเวลาเดียวกัน เป็นสามารถรองรับ B737 ได้ 14 ลำ ในเวลาเดียวกัน วงเงินงบประมาณ 678,400,000 บาท โดยมี บริษัท อินทิเกรเทด เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงาน และบริษัท ซีวิลเอนจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้รับจ้าง  ขณะนี้บริษัทผู้รับจ้างกำลังเข้าดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 นอกจากนี้ รชค. ยังรับฟังรายงานจากกรมทางหลวง ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาท่าอากาศยานตรัง ได้แก่ โครงการปรับปรุงทางเท้าภายในท่าอากาศยาน โครงการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรหน้าทางเข้าท่าอากาศยานตรัง เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน

สำหรับท่าอากาศยานตรังมีแผนพัฒนาท่าอากาศยานในโครงการอื่น ๆ อีก ได้แก่ โครงการก่อสร้างจุดตรวจค้นรถยนต์หน้าท่าอากาศยาน ดำเนินการในปี 2563 โครงการก่อสร้างขยายความยาวทางวิ่งและอุโมงค์รถไฟลอดใต้ทางวิ่ง เริ่มดำเนินการปี 2565 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567

ทั้งนี้ รมช.คมนาคม กำชับให้กรมท่าอากาศยานเร่งดำเนินการโครงการทั้งหมดให้เสร็จตามแผนงาน ไม่ให้เกิดความล่าช้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มาใช้บริการท่าอากาศยาน

แต่ปัญหาการก่อสร้างที่ไม่แล้วเสร็จ ทางกรมท่าอากาศยานได้ทำหนังสือแจ้งเร่งรัดทางบริษัทผู้รับจ้างยินดีที่จะยอมรับเงื่อนไขค่าปรับตามระเบียบหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไขก็ต้องมีการยกเลิกสัญญา แต่ถ้ายอมรับต้องก่อสร้างไปตามสภาพก่อนงานเสร็จ เหตุที่เกิดความล่าช้านั้นได้มีการชี้แจงว่า เรื่องของการทำงานที่ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะให้เสร็จตามสัญญา ทำตามความพอใจมีการหยุดงานเป็นช่วง ๆ ส่วนคนงานมีการเปลี่ยนบ่อยมาก ทั้งด้านแรงงาน และโปรเจ็คเปลี่ยนบ่อยมากซึ่งมองว่าน่าจะเป็นปัญหาจากภายในบริษัทเอง แต่ปัญหาหลักคือคนงาน ทำงานไม่เต็มที่และเรื่องความเข้าใจในการทำงาน ซึ่งขณะนี้งานหมดสัญญาแล้วแต่ไม่มีการทำโอที คนงานมียังมีปกติ 25-30 คน งานเบิกจ่ายไป 1 งวด 10% ได้เนื้องาน 42.85% งวดงานแบ่งเป็น 10 งวด แบ่งตามเนื้องานไม่ได้แบ่งตามโปรเกส ตอนนี้ผู้รับเหมาทำงานหน้ากระจาย คือ งานกระจายไปหมดไม่สามารถเบิกงวด 2 ได้เพราะเนื้องานไม่ครบงวด ขณะนี้ล่วงเลยมา 100 กว่าแล้วปรับวันละ 1 แสน เดือนละ 3 ล้านบาท 4 เดือน12 ล้านบาท แต่ปัญหาอีกส่วนหนึ่งคือทางผู้รับเหมาทำงานสะเปะสะปะไม่เข้างวดจึงเบิกเงินไม่ได้

                อย่างไรก็ตาม รมช.คมนาคม ได้ยอมรับในช่วงท้ายการประชุมว่า การสร้างสนามบินตรัง นายชวน หลีกภัย ประสภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามและติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างกับตนมาตลอด โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าโครงการขยายสนามบินตรังเริ่มสดุด ตนจึงได้มาติดตามรอบที่ 2 ในรอบ 2 เดือน โดยย้ำว่าโครงการสร้างสนามบินตรัง จะต้องเสร็จตามระยะเวลาที่วางไว้ มิฉะนั้นจะต้องมีผู้รับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ รชค.ถามว่าบริษัทน่าไว้วางใจหรือไม่ สั่งให้ส่งคนไปตรวจสอบบริษัทเพื่อจะได้เดินถูกทางว่าจะให้โอกาสอีกหรือไม่ และหรือเตรียมบอกเลิกสัญญา หรือหาผู้รับจ้างใหม่

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง





 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง