ผู้ตรวจ ฯมท.รับคำสั่ง“บิ๊กตู่”นำทีมลุยฝ่าพายุฝนตรวจพื้นที่จริงแหลมตะลุมพุก-สุดกลั้นน้ำตาผู้ประสบภัยเพายุปาบึกดือดร้อนหนักไร้การช่วยเหลือ





ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคณะเจ้าหนาที่จกาส่วนกลางซึ่งรับคำสั่งจาก พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเยียวยาช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยพายุปาบึก ในพื้นที่ ต.แหลมตะลุมพุก และ ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  เมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหนี่รวม 15 คนนำโดยนางเปรมปรีด์ ชตานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 29 -30 ส.ค. 2562 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่คณะเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางได้นัดพบกับชาวบ้านที่ร้านอาหารครัวชูแก้ว ชายหาดแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยมี น.ส.ราตรี คงประพันธ์ (ชูแก้ว) พร้อมชาวบ้าประมาณ 300 คนมาร่วมนางเปรมปรีด์ ชตานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันชี้แจงความเข้าใจถึงกรอบการช่วยเหลือของราชการ พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงพสกนิกรผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก รวมทั้งรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้คามสำคัญในเรื่องนี้จึงมีคำสั่งให้สำนกนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทกกระทรวง ทบวง กรมลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ใหเกำลังใจและให้การเยี่ยวยาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนตามความเป็นจริงและตามกรอบของทางราชการที่กำหนด  โดยในเบื้องต้นพบว่าชาวบ้านไม่ได้เรียกร้องอยากได้เกินจริง แต่ต้องการความช่วยเหลือตามข้อเท็จจริงที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าผู้ประสบภัยทุกคนไม่ต้องกังวลรับรองว่าจะได้รับการช่วยเหลืออย่างแน่นอน ทำให้ชาวบ้านต่างดีใจและพากันปรบมืออย่างกึงก้อง

หลังจากนั้น น.ส.ราตรี  ได้นำเอกสารหลักฐานของชาวบ้านที่ประสบภัยแต่ละครอบครัวทั้งกว่า 600 รายซึ่งบรรจุใส่กระเป๋าลากใบใหญ่ไว้เต็มกระเป๋า โดยเป็นเอกสารหลักฐานความเสียหายพร้อมภาพถ่ายในแต่ละครอบครัวอย่างละเอียดยิบ  เมื่อนางเปรมปรีด์ ชตานนท์  และเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเห็นจึงกับชมว่าชาวบ้านได้จัดทำเอกสารหลักฐานความเสียหายพร้อมภาพถ่ายของแต่ละครอบครัวไว้อย่างชัดเจนมาก ๆ ซึ่งความจริงการจัดทำเอกสารในลักษณะนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ ซึ่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดนี้จะทำให้การพิจารณาตรวจสอบเพื่อเยียวยาช่วยเหลือสามารถทได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางไม่จำเป็นที่จะต้องเกยรวบรวมข้อมูลใหม่ทั้งหมด โดยจะขอเอกสารหลักฐานจาก อบต.แหลมตะลุมพุกมาตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดอีกด้วย

หลังจากนั้น น.ส.ราตรี คงประพันธ์ (ชูแก้ว) และชาวบ้านได้นำคณะทั้งหมดเดินทางไปตรวจสอบบ้านที่โดนพายุพัดถล่มจนพังเสียหายทั้งหลังเกือบ 10 หลัง ซึ่งในขณะที่ลงตรวจสอบอยู่นั้นได้เกิดฝนตกหนักและลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่โดนเฉพาะนางเปรมปรีด์ ชตานนท์ ไม่ได้ย่อท้อเดินฝ่าพายุฝนเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง แม้เส้นทางจะเจิ่งนองไปด้วยน้ำและเต็มไปด้วยโคลนตามก็ตาม ทำให้ชาวบ้านนับร้อยคนที่แห่เดินตามเหน้าที่ต่างชื่นชม นางเปรมปรีด์ ชตานนท์ และเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเป็นอย่างมาก พร้อมยืนยันว่าตั้งแต่เกิดพายุปาบึกจนมาถึงปัจจุบันไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่หรือจากอำเภอปากพนังและจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงตรวจสอบความเสียหายถึงจุดเกิดเหตุจริง ๆ อย่างนี้มาก่อน

นางเปรมปรีด์ ชตานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลุยฝ่าพายุตรวจสอบจุดที่ชาวบ้านร้องเรียนจนเห็นสภาพความเดือดร้อนจนกลั้นน้ำตาแทบไม่ไหว





หลังจากนั้นนางเปรมปรีด์ ชตานนท์ และเจ้าหน้าที่ 3-4 คนได้ขึ้นรถ จยย.สามล้อพ่วงข้างของชาวบ้านไปตรวจสอบและตรวจเยี่ยมผผู้พิการที่บ้านพังเสียหายได้รับการช่วยเหลือเป็นกระเบื้องและสังกะสีรายละไม่กี่แผ่น โดยไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในส่วนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย  รวมทั้งชาวบ้านที่เรือประมง เครื่องมือประมง เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้าและทรัพย์สินในบ้านเสียหายก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด ในขณะที่ผู้พิการและชาวบ้านเมื่อทราบว่าคณะเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงมาตรวจสอบเพื่อนำไปสู่การเยียวยาช่วยเหลือต่างร้องให้ด้วยความตื้นตันใจ ดีใจ จนเจ้าหน้าที่ก็แทบกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่โดยนางเปรมปรีด์ ชตานนท์ ได้ควักเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งมอบช่วยเหลือผู้พิการเป็นการเบื้องต้น พร้อมสั่งการให้นายสมพงษ์ มากมณ ปลัดจัหวัดนครศรีธรรมราช ประสานสำนักงาน พม.นครศรีธรรมราช เพื่อเข้ามาช่วยเหลือตามขั้นตอนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบบ้าน 2 หลังที่ชาวบ้านแหตะลุมพุกทุกคนยืนยันว่าทั้ง 2 หลังพังเสียหายมาก่อนเกิดพายปาบกกว่า 1 ปี และเจ้าของบ้านได้ย้ายไปอยู่กรุงเทพ และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราชนานแล้ว  แต่ทาง อบต.แหลมตะลุมพุก กลับพิจารณาก่อสร้างบ้านให้ใหม่ทั้ง 2 หลังซึ่งปรากฏให้เห็นและตรวจสอบได้อย่างชัดเจน ก่อนที่คณะจะปิดท้ายการตรวจสอบในพื้นที่ ต.แหลมตะลุมพุกที่บ้านของสองพ่อลูกพิการตาบอดทั้งคู่ โดยในช่วงเกิดเหตุน้ำท่วมบ้านสูงกว่า 2 เมตร ข้าวของในบ้านเสียหายทั้งหมด และสองพ่อลูกถูกทางราชการอพยพไปอยู่ในอาคารเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และอพยพกลับหลังสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือใด ๆ เช่นกัน ในขณะที่ร้านมินิมาร์ทซึ่งอยู่ติดกันกลับได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปพบชาวบ้านที่ประสบภัยใน ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก โดยนาย     มาโนช ดวงดี นากสมาคมประมงชายฝั่งปากพนัง เป็นแกนนำชาวบ้านได้นำชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายและยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใด ประมาณ 145 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดข้าวของและทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายและมีเรือประมงและเครื่องมือประมงเสียหายบางส่วน มาต้อนรับเจ้าหน้าที่โดยเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารรายชื่อและหลักฐานของชาวบานทั้งหมดกลับไปพิจารณาเยียวยาช่วยเหลือต่อไป

นางเปรมปรีด์ ชตานนท์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบใน 4-5 ประเด็นที่ได้รับการร้องเรียนให้ทราบชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร แต่การดำเนินการในช่วงแรกจะเร่งพิจารณาให้การเยียวยาช่วยเหลือ โดยขอยืนยันว่าทุกคนจะได้รับการเยียวยาช่วยเหลือตามกรอบที่กำหนดและเสียหายจริง  ตนและจะเร่งดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมสรุปผลเสนอรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบและสั่งการช่วยเหลือตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วน โดยในวันนี้ (30 ส.ค.) จะเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งที่มาจากส่วนกลางและจากพื้นที่รวมทั้งในระดับอำเภอและจังหวัดมาร่วมประชุมเพื่อสรุปผลการตรวจสอบ ณ.ห้องประชุมศรีปราชญ์ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช. ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ /นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน