3 จังหวัดเฮลั่น!!3 จังหวัดเฮสุด ๆไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งมอดเข้าสู่สภาวะปกติ-เหลือเพียงกลุ่มควันที่เกิดจากความร้อนใต้ดิน 22 จุดคาด 2 วันมอดสนิท





วันนี้(17 ส.ค.62) พลตำรวจโท ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ /คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี /ที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ดับไฟและการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายทหารบก ทหารอากาศ  ตำรวจภูธร ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชลประทานและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น  ให้การต้อนรับพร้อมบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน รวมทั้งการวางแผนปฏิบัติงานประจำวัน

            ซึ่งล่าสุดจากการบินสำรวจเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาปรากฏว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไฟจุดใหญ่สามารถดับได้หมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มควันที่ไฟไหม้คุกรุ่นไหม้อยู่ใต้ดิน  จำนวน 22 จุด เป็นกลุ่มไฟเดิมทั้งหมดไม่มีจุดไฟไหม้ใหม่แต่อย่างใด อยู่ในพื้นที่ตำบลเคร็ง อ.ชะอวด โดยคณะทำงานได้แบ่งการปฏิบัติงานออกเป็น 2 ส่วน โดย 12 จุดแรก ที่ยังมีความร้อนใต้ดิน ซึ่งเป็นจุดที่ยากต่อการเดินเท้าเข้าไปดับไฟเนื่องจากอยู่ระยะห่างไกล จะใช้เครื่องบิน MI- 17 จำนวน 2 ลำ บรรทุกน้ำ แล้วนำไปทิ้งยังจุดที่มีกลุ่มควัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ส่วนที่ 2 มี 10 จุด จะใช้ชุดเสือไฟ และกำลังทหารเดินเท้าพร้อมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำแบบแบกหามเข้าไปฉีดน้ำ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน นำเครื่องสูบน้ำ มาติดตั้งและอัดน้ำเข้าในพื้นใต้ผิวดิน เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น และมีน้ำหล่อเลี้ยงป่าพรุ ซึ่งจะทำให้ความร้อนใต้ดินไม่ประทุขึ้นมาอีก

 

            พลตำรวจโท ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นหลังจากที่ทางชุด DSI ได้นำอากาศยานไร้คนขับ(โดรน)ติดกล้องตรวจจับความร้อนแบบละเอียดสูงขึ้นบินสำรวจถ่ายภาพ พบจุดความร้อนจำนวน 22 จุด จึงได้จัดชุดปฏิบัติงานเข้าพื้นที่ โดยจุดที่อยู่ห่างไกลยากต่อการเข้าถึง จำนวน  12 จุด ใช้เฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำไปทิ้งที่พบกลุ่มควัน และอีก 10 จุด ที่สามารถเดินเท้าเข้าไปได้ ใช้การดับไฟภาคพื้นดิน เน้นการใช้เครื่องสูบน้ำแบบแบกหาม เพื่อฉีดน้ำอัดเข้าไปในดิน ซึ่งพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงจึงได้ให้ DSI  รวมทั้งหน่วยทหารพัฒนานำเทคโนโลยี และเครื่องจักรกลเข้ามาสนับสนุนด้วย คาดว่าจะสามารถดับไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ได้ภายใน 2 วันนี้

            อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้(17 ส.ค.62) ได้เกิดฝนตกในระดับปานกลางถึงหนัก ในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ทำให้ส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานดับไฟป่า บางจุดที่เป็นดินเหนียวมีน้ำขังเล็กน้อย ส่วนที่เป็นดินร่วนน้ำซึมลงใต้ดิน ทำให้พื้นดินมีความชุ่มชื้น ทำให้ไฟดับมอดลงได้หลายจุด

พลตำรวจโท ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ /คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรีลงตรวจสอบพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง





ต่อมาในวันเดียวกันนี้นายถาวรวัฒน์  คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นาวาอากาศโทนพดล อินทรเหมือน รักษาการรองผู้บังคับการศูนย์สนับสนุนทางอากาศโดยตรงที่ 4 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ ได้เดินทางขึ้นไปบนหอคอยเฝ้าระวังไฟป่าพรุควนเคร็ง ที่ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด ซึ่งสามารถมองเห็นพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งจากที่สูงในพื้นที่ตำบลเคร็งและพื้นที่ใกล้เคียงได้ครอบคลุมประมาณ 80 % ของพื้นที่ป่าพรุทั้งหมด จากการสังเกตุพบเห็นกลุ่มควันไฟสีขาวหลายจุด เป็นลักษณะกลุ่มควันที่เกิดจากการเผาไหม้อยู่ใต้ดิน แต่ไม่เห็นเปลวไฟลุกไหม้แต่อย่างใด  เป็นจุดที่เกิดเพลิงไหม้เดิมทั้งหมด ไม่ใช่จุดไฟไหม้ใหม่แต่อย่างใด ซึ่งทาง นาวาอากาศโท นพดล อินทรเหมือน ได้มีการชี้เป้าให้นักบินนำเฮลิคอปเตอร์ MI-17 จำนวน 2 ลำ บรรทุกน้ำไปทิ้งยังจุดที่เห็นกลุ่มควัน โดยเน้นพื้นที่ห่างไกลยากต่อการเดินเข้าถึง

            นาวาอากาศโทนพดล  อินทรเหมือน กล่าวว่า มั่นใจว่าการดับไฟป่าพรุควนเคร็งที่เหลือจำนวน 22 จุดนั้น จะสามารถดับได้ภายใน 1-2 วันนี้อย่างแน่นอน สำหรับอุปสรรคของการดับไฟทางอากาศคือ เมื่อนักบิน บินเข้าใกล้กลุ่มควัน แรงลมของใบพัดเฮลิคอปเตอร์จะพัดกลุ่มควันให้กระจายทำให้มองไม่เห็นจุดที่ไฟกำลังคุกรุ่นอยู่ใต้ดิน จึงจำเป็นต้องชี้เป้าจากระยะไกลผ่านทางวิทยุสื่อสาร จากหอคอยเฝ้าระวังไฟป่า ซึ่งก็ได้ผลดี ในส่วนของทุ่งกระจูดที่รอดพ้นจากการถูกไฟไหม้จำนวน 1 แห่ง เป็นผลมาจากกองทัพอากาศใช้เครื่องบินโปรยสารเคมีควบคุมไฟป่า ทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าไปถอนกระจูดมาจักสานได้ตามปกติ

 

            นายถาวรวัฒน์  คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า กลุ่มควันที่มองเห็นจากหอเฝ้าระวังไฟป่า เป็นกลุ่มควันของจุดที่ไฟไหม้เดิมทั้งหมด ไม่ได้กลุ่มควันที่เกิดจากจุดไฟไหม้ใหม่แต่อย่างใด เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟได้ทั้งหมดแล้วภายใน 1-2 วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งใน 3 จังหวัดทั้งนครศรีธรรมราช สงขลาและพัทลุง จะมอดดับสนิทลงได้อย่างแน่นอนภายใน 1-2 วันนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ระดมกำลังมาช่วยดับไฟป่าพรุจะมีการส่งมอบพื้นที่ให้หน่วยปกติของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อดูแลและเฝ้าระวังไฟป่าต่อไป

ในขณะที่นายยงยศ  แก้วเขียว  นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ในฐานะกำนันตำบลเขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนในการดับไฟ ทั้งหน่วยงานในจังหวัด จากส่วนกลาง กองทัพบก กองทัพอากาศ ภาคเอกชนและประชาชนจิตอาสา สถานการณ์ โดยขณะนี้ถือว่าคลี่คลายไปมากแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะสามารถดับไฟป่าให้สนิทได้ภายใน 1-2 วันนี้

  อย่างไรก็ตามไฟป่าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือของมนุษย์อย่างแน่นอน ส่วนที่มีการพูดว่าจุดไฟเพื่อต้องการพื้นที่เกษตรนั้น ไม่น่าจะใช่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ได้มีการแบ่งพื้นที่ป่าพรุกับพื้นที่เกษตรอย่างชัดเจนแล้ว โดยมีการขุดคูคลอง กั้นเป็นแนว ซึ่งประชาชนไม่สามารถบุกรุกเข้าไปในเขตป่าได้

            นายยงยศ กล่าวด้วยว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในช่วงแรกเกิดในเขตป่าพรุ แล้วมีการลุกลามเข้าไปในเขตของเกษตรกร ดังนั้นตนมองว่า ต่อไปการวางแผนป้องกันไฟป่าพรุนั้น ต้องบูรณาการกับทุกภาคส่วน ให้ภาคประชาชน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะบุคคลดังกล่าวจะรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี อย่าให้เจ้าหน้าที่ไฟป่าหรือกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมผิดชอบเพียงลำพัง เพราะไม่สามารถป้องกันได้

            นอกจากนี้กรมชลประทานต้องมีการเสนอของบประมาณไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ล่วงหน้าเพื่อนำงบประมาณมาเป็นค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงพื้นที่ป่าพรุตั้งแต่เดือนเมษายนของทุกปี เพื่อรักษาระดับน้ำในป่าพรุไม่ให้แห้ง  ไม่ควรรอให้เกิดเหตุก่อนแล้วจึงมาสูบน้ำเติมเข้าป่าพรุ นอกจากนี้ให้มีการสร้างฝายปิดกั้นลำคลองต่าง ๆ ในป่าพรุ เพื่อไม่ให้น้ำไหลออกจากป่าพรุมากเกินไปและให้กรมประมงปล่อยพันธุ์ปลาพื้นเมืองหลากหลายชนิดในพื้นที่ป่าพรุ เพื่อเพิ่มปริมาณและความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในพื้นที่ป่าพรุ เพื่อที่จะได้มีการสูบน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงในป่าพรุได้ตลอดเวลา ส่วนในฤดูฝนเมื่อน้ำหลากปลาที่ปล่อยไว้ก็จะว่ายน้ำออกจากป่าพรุ ประชาชนในพื้นที่สามารถจับมาเป็นอาหารและขายได้ด้วย.

 

 

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช/ศูนย์ดับไฟป่าพรุวคเคร็ง/สนง.ปชส.นศ.

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช

กองทัพอากาศบินสำรวจพบไฟมอดดับหมดแล้วเหลือเพียงควันจากไฟคุกรุ่นใช้ดินเพียง 22 จุดคาดดับมอดสนิททั้งหมดภายใน 1-2 วัน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน