หนุ่มดวงซวย ขี่รถจยย.ชนท้ายรถกระบะส่งของ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เคราะห์ซ้ำกรรมซัด คู่กรณีสุดท้ายกับเป็นโจรลงมากระชากสร้อยคอหนัก 2 บาทหลบหนี





วันที่ 9 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลราชธานี  ต. คลองสวนพลู  อ. พระนครศรีอยุธยา  จ. พระนครศรีอยุธยา เพื่อไปพบกับนายโสภณ เวชกรณ์ อายุ 59 ปี เจ้าพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพ่อของนาย นายวรฤทธิ์ เบญจโชติช่วง   อายุ 26 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 44/4 ม.1 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยาหลังจากลูกชายประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ แล้วเสียหลักพุ่งชนท้ายรถยนต์กระบะ จนได้รับบาดเจ็บจากนั้นคู่กรณีได้ลงมาช่วยและสอบถามอาการก่อนแฝงตัวกลายเป็นคนร้าย กระชากสร้อยคอทองคำ แล้วรีบขับรถหลบหนีไป นายวรฤทธิ์   ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียหายเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.50 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ซึ่งตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าดรีม สีน้ำตาลหมายเลขทะเบียน 1 กณ 7828 อยุธยา  ออกจากบ้านญาติซึ่งอยู่บริเวณแถววัดสุทธิ เพื่อกลับบ้านในตัวเมือง  แล้วขับขี่มาตามเส้นทางถนนคู่ขนานสายเอเชียมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองพอถึงหน้าห้างสรรพสินค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค บริเวณดังกล่าวเป็นที่มืดและมีฝนตกลงมาตนมองไม่เห็นรถยนต์กระบะซึ่งดัดแปลงเป็นตู้ คอนเทนเนอร์บรรทุกสินค้า ปิดไฟรถจอดอยู่ด้านซ้ายริมถนนใต้สะพานลอยหน้าห้าง ตนจึงเสียหลักพุ่งชนท้าย ร่างได้มุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนขับรถกระบะได้ลงจากรถลงมาช่วยตนดึงออกมาจากใต้ท้องรถแล้วถามถึงอาการ ว่าเป็นยังไงบ้าง  ช่วงนั้นตนรู้สึกมึนงง ก็ตอบไปว่าสงสัย ขาจะหัก และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น คนขับ รถกระบะคู่กรณี ได้กระชากสร้อยทองคำที่ใส่อยู่ที่คอน้ำหนัก 2 บาท กระชากจนขาด แล้วรีบเดินขึ้นรถขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอยุธยา  ตนก็ทำอะไรไม่ถูกและเป็นที่มืดประกอบกับ มีอาการปวดเจ็บที่ขาจึงได้โทรศัพท์บอกภรรยาว่าประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนรถกระบะ จากนั้นตนเองก็ฝืน ลุกขึ้นขี่รถจักรยานยนต์ ขับไปโรงพยาบาลราชธานีซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร เพื่อหาหมอ แล้วโทรศัพท์ติดต่อผู้เป็นพ่อให้มาโรงพยาบาล เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดว่าคู่กรณีที่ตนขับรถชนนั้นจะแฝงกายกลายเป็นคนร้ายมากระชากสร้อย ที่ตนใส่อยู่ และคนร้ายเป็นคนใจดำปล่อยให้นอนอยู่บนถนนเพียงลำพังทั้งๆที่ทราบว่าตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ก็ยังกล้าลงมือก่อเหตุ

 






ทางด้าน นายโสภณ ผู้เป็นพ่อ กล่าวต่อว่า หลังจากที่ลูกชายประสบอุบัติเหตุแล้วโทรศัพท์หาตนจึงรีบไปที่โรงพยาบาลและสอบถามเหตุการณ์ว่าเป็นยังไง ลูกชายก็เล่าให้ฟัง เบื้องต้นว่าขับรถ จักรยานยนต์ พุ่งชนท้ายรถกระบะสีขาว ซึ่งมีตู้คอนเทนเนอร์อยู่ด้านหลัง แล้วคู่กรณีก็ลงมาสอบถามอาการแล้วกระชากสร้อยคอทองคำของลูกชายไปจากคอแล้วขับรถหลบหนีไป ตนเองจึงเดินทางไปแจ้งความไว้ที่สภ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดของทางห้าง ตามที่ลูกชายได้บอกลักษณะรถยนต์ กระบะ สีขาวดัดแปลงเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นรถคู่กรณีจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบ ว่าเมื่อเวลา 02.52.น. ได้เห็นรถยนต์กระบะสีขาวดัดแปลงเป็นตู้คอนเทนเนอร์คันดังกล่าวที่ลูกชายได้บอกเอาไว้ขับ ผ่าน จากใต้สะพานลอยตรงจุดเกิดเหตุแล้วมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลักฐานที่ได้ก็มีเพียงเท่านี้ จึงนำเอาภาพกล้องวงจรปิดไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวตนคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะรถคู่กรณีที่ลูกชาย ขับรถพุ่งชนนั้นลูกชายตนก็ยอมรับว่าขับรถชนท้ายและยอมรับผิดชอบแต่ขณะนั้นได้รับบาดเจ็บขาด้านซ้ายหักแต่ทำไม คู่กรณีถึงได้ใจดำ ไม่ยอม พาลูกชายของตนไปส่งโรงพยาบาลหรือโทรศัพท์แจ้งกู้ภัย แต่กลับ เป็นคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำ จะคอลูกชายไปอย่างไม่มีมนุษยธรรมตนจึง อยากฝาก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี ให้ได้โดยเร็ว และไม่อยากให้ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีกต่อไป

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง