กลุ่มชายรักชาย เปิดแอปแชทติดต่อง่าย วอนขอเที่ยวบ้าน กลับเป็นโจรรูดทรัพย์สินมูลค่าความเสียหายร่วมแสน





วันที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายเอ นามสมมุติ (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริงและปกปิดตัวตนเพราะไม่อยากเผยชื่อและตัว) อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 76 หมู่ 5 ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี มีอาชีพขายอาหารตามสั่ง ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา นายเอ นั้นได้เข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรห้วยคต จังหวัดอุทัยธานีไว้ เพราะเรื่องมีอยู่ว่า นายเอ นั้นได้เข้าไปรู้จักกับนายดิวแอพลิเคชัน ที่ชื่อว่าฮอนเน็ท ซึ่งเป็นกลุ่มแอปพลิเคชัน ที่ชายรักชายหรือกระเทย นั้นเข้าไปเล่นเพื่อทำความรู้จัก หรือไว้คุยกัน และต่อมานายเอและนายดิว ก็คุยติดต่อกันมาเรื่อย จนคุ้นเคยกัน และนายดิว ทั้งข้อความไว้ไนแอปพลิเคชันฮอนเน็ทให้นายเอ ว่าจะเลิกเล่น ฮอนเน็ท แล้วและส่งไอดีไลน์ไว้ให้ติดต่อกลับ หลังจากนั้น นายเอ ซึ่งมีรสนิยมทางเพศคือรักผู้ชายด้วยกัน ก็ติดต่อพูดคุยกันกับนายดิวทางไลน์มาตลอดจนสนิทกันในที่สุด และเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 นายดิวนั้นได้ส่งข้อความมาว่าอยากจะมาเที่ยวหานายเอ ที่จังหวัดอุทัยธานี โดยบอกว่าตัวเองมีอาชีพเป็นเซลแมนขายซิมโทรศัพท์ยี่ห้อแฮปปี้ ดีแทคและอาศัยอยู่ที่ หมู่ 3 อำเภอ เมือง จังหวัดชัยนาท และจะนั่งรถโดยสารมาลงที่ สามแยกนิคมอำเภอลานสัก เพื่อมาหานายเอ และบอกว่าจะปิดโทรศัพท์สักพักเพราะแบตเตอรี่จะหมดพอมาถึงแล้วจะเปิดแล้วโทรหาให้มารับ เวลา 16.30 น. และนายดิวก็โทรมาเพื่อให้นายเอไปรับมาบ้าน หลังจากที่รับมาที่บ้านแล้ว นายเอนั้นก็บอกให้ลูกบุญธรรมที่เลี้ยงไว้ 2 คน ว่าจะไปพากินหมูกระทะ ที่อำเภอลานสัก จึงได้ไปกัน 5 คน มีลูกจ้างที่ร้านไปด้วยและลูกบุญธรรม 2 คน และนายเอกับนายดิว พอไปถึงบ้านหมู่กระทะนายดิวนั้นมีท่าทางชอบกลและมีท่าทางระแวงตลอด และนายดิวก็บอกว่าท้องเสียตั้งแต่เดินทางมาจะเข้าห้องน้ำ นายเอ จึงบอกว่าห้องน้ำร้านหมู่กระทะก็มีท่องเสียก็ไปเข้าสิ แล้วนายดิวก็เดินไปแต่ก็ไม่ได้เข้าห้องน้ำ และท่าทีนั้นจะดูที่ที่ๆมีกล้องวงจรปิดแล้วเดินหลบตลอดเวลา และนายดิวก็พูดว่าไม่อยากมากินหมูกระทะเลย อยากทำอะไรกินที่บ้านมากกว่า และท่าทางของนายดิวนั้นน่าสงสัยมาก พอนั่งกินหมูกระทะได้สักพักฝนก็ตกลงมา จึงได้พากันกลับบ้าน และลูกบุญธรรมทั้งสองคนของนายเอ นั้นก็อ้อนบอกว่าให้แวะเซเว่น เพราะอยากกินไอสรีม โดยนายเอเป็นคนขับและมีนายดิวนั่งอยู่ข้างหน้า ด้วย ลูกบุญธรรมทั้งสองคนและลูกจ้างที่ร้านนั้นนั่งอยู่เบาะหลัง นายดิวนั้นก็เปิดประตูลงไปเปิดให้ลูกบุญธรรมทั้งสองคนลงไปซื้อไอสครีมและสังเกตว่าหน้าเซเว่น มีกล้องวงจรปิดนั้น นายดิวรีบขึ้นรถทันที ท่าทางผิดปรกติ

 

นายเอ ชี้ร่องรอยการโดนวางยา





   จากนั้นก็มาถึงบ้านแล้วก็มาทำกับข้าวกินกันที่บ้านต่อ เพราะไปกินหมูกระทะยังไม่ทันอิ่มฝนก็ตกลงมาเสียก่อน จากนั้น เวลา 21.30 น.นายเอ เจ้าของบ้านก็บอกกับนายดิวว่าไปอาบน้ำเสียก่อนสิแล้วมาเข้าห้องนอน นายดิวกลับบอกว่าอาบมาจากที่บ้านตอนเดินทางแล้ว นายเอ ก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเองแล้วก็เข้าห้องนอน โดยได้ชวนนายดิวเข้าไปนอนด้วยกัน หลังจากนั้น นายดิวนั้นก็ยื่นแก้วส่วนตัวหรือแก้วเยติของนายเอน้ำให้นายเอ แล้วบอกว่า ดื่มสักหน่อยสิ จะได้นอนหลับสบาย นายเอจึงตอบว่าเรายังไม่หิวน้ำทำไมต้องดื่ม แต่เห็นทางทางของนายดิวเหมือนจะอยากให้ดื่มน้ำจริงๆจึงได้ดูดน้ำไปสองครั้ง จากนั้นนายเอก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย หลังจากนั้นเวลาประมาณ 05.30 น.นายเอก็ตื่นหรือฟื้นขึ้นมาด้วยความงุนงง แล้วก็สำรวจตามตัว พบว่าสร้อยข้อมือ 1 บาท ได้หายไปจากข้อมือ สร้อยคอทองคำหายไป 2 บาท 1 เส้น พระเลี่ยมทองประมาณ 1 บาท ก็หายไป จึงเดินไปที่โต๊ะที่เก็บเงินก็พบว่าโทรศัพท์มือถือหายไป และเงินในกระเป๋านั้นหายไปอีก 3,000 บาท รวมมูลค่า 90,000 กว่าบาท จึงได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เพื่อให้ตามจับตัวนายดิวมาดำเนินคดี ส่วนนายเอนั้นทางแม่ก็ส่งตัวไปโรงพยาบาลและหลับไปถึง 4 วัน เพราะฤทธิ์ยาที่นายดิววาง

 





    นายเอเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านั้นก็อยู่กับผู้ชายอีกคนหนึ่งและอยู่ด้วยกันช่วยกันหากินแต่ด้วยผู้ชายที่อยู่ด้วยนั้นผูกคอตัวเองจนเสียชีวิตไป 1 ปีกว่า จึงลองเข้าไปใช้แอปพลิเคชันฮอนเน็ท เพื่อลองเข้าไปหาคนรู้ใจ แต่ก็มาเจอกับนายดิวแล้วนายดิวก็มาก่อเหตุแบบนี้ และวันที่นายดิวมานอนด้วยนั้นก็ไม่ได้มีอะไรกัน เพราะคิดว่านายดิวนั้นเป็นเพื่อนทางไลน์คุยกันมาอยากมาเที่ยวก็ให้มา จนนายดิวมามอมยารูดทรัพย์สินและเงินไปในที่สุดและขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นตามจับตัวนายดิว นั้นมาดำเนินคดีในที่สุด เพราะถือว่าเป็นภัยกับสังคม

 

 

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ทีนิวส์ อุทัยธานี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน