โป๊ะแตก หลงคิดว่าเมียรักแอบคลุมโปงกับชายชู้ ลงมือคว้าขวานจาม กลับเป็นลูกในไส้เสียชีวิต ก่อนร้องไห้อย่างกับคนบ้าพร้อมสารภาพแทบไร้เรี่ยวแรง





จากกรณีที่นายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” นุชพืช อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 3 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เสพยาเสพติดจนประสาทหลอนคลุ้มคลั่งก่อเหตุเศร้าสลดใช้ขวานฟัน ด.ช.กลวัชรหรือ “น้องกัน”  นุชพืช อายุ 8 ปี บุตรขายเสียชีวิตในห้องนอน และนางอัญธิดา หรือ “หมิว”  นุชพืช อายุ 28  ปีภรรยาได้รับบาดเจ็บสาเหตุ เมื่อเช้าตรู่วันที่ 23 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา และหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.พิรุณ   กลัดทอง ผกก. พ.ต.ท.วินัย  คงประพันธ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ศิริพร  ช่วยคุ้ม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นพเสถียร์  สิงห์สุขพนธ์ สว.สส นำกำลังตำรวจปิดล้อมจับกุมนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” พ่อฆาตกรเอาไว้ได้พร้อมขวานที่ใช้ก่อเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            (24 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่าแพทย์ รพ.มหาราช ได้ช่วยเหลือนางอัญธิดา หรือ “หมิว”  นุชพืช ที่ถูกฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จนอาการดีขึ้น รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ในขณะที่ญาติ ๆ ได้นำศพ  ด.ช.กลวัชร หรือ “น้องกัน”  ไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่วัดวังไทร หมู่ 3 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช โดยมีญาติ ๆ และเพื่อนบ้านมาช่วยกันจัดเตรียมข้าวขงต่าง ๆ กนเป็นจำนวนมาก และจับกลุ่มวิพากวิจารณ์ถึงเหตุการณ์เกิดขึ้น

ทางด้าน พ.ต.ท.ศิริพร  ช่วยคุ้ม รอง ผกก.สส.และ ร.ต.อ.สุกรี พรหมมาศ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เชิญญาติ ๆ มาสอบสวนปากคำในฐานะพยานแวดล้อม  พร้อมควบคุมตัวนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” พ่อฆาตกรเหี้ยมรายนี้ซึ่งเริ่มสร่างมาสอบสวน โดยเมื่อนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” ทราบว่าคนที่ตัวเองใช้ขวานจามจนเสียชีวิตคาที่นอนนั้นคือ ด.ช.กลวัชร หรือ “น้องกัน”  ลูกชายสุดที่รักของตัวเองนายณัฐพงศ์ หรือคิงส์ ฆาตกรก็ปล่อยโฮร้องให้ออกมาด้วยความเสียใจ เพราะตัวเองเข้าใจผิดคิดว่าที่นอนคลุมโปงกันอยู่ในห้องนอนคือนางอัญธิดา หรือ “หมิว” เมียรักกับชายชู้   ด้วยความหึงหวงทำให้ขาดสติจึงค้าขวานบุกเข้าไปฟันจามใส่คนทั้งสองอย่างไม่ยั้ง และคิดว่านางอัญธิดา หรือ“หมิว” เมียรักคงเสียชีวิตไปพร้อมกับชายชู้  แต่กลับเป็นว่าคนที่ตนฟันจนเสียชีวิตไม่ใช่ชายชู้ของเมียรัก แต่กลายเป็นลูกชายของตนเอง

ร.ต.อ.สุกรี พรหมมาศ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า จากการสอบสวนปากคำนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” ผู้ต้องหาทำให้ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากเรื่องชู้สาวความหึงหวงที่ผู้ต้องหาเข้าใจว่าภรรยาของตัวเองที่ทานเป็นลูกจ้างร้านฟิซซ่า ในตลาดลานสกา แอบมีชู้ ประกอบกับตัวเองติดยาเสพติดเคยถูกจับกุมมาแบ่วเมื่อ 2-3 ปีก่อน และก่อนเกิดเหตุก็น่าจะเสพยาเสพติดเข้าไปด้วย เมื่อกลับเข้าบ้านพบเมียรักนอนคลุมโปงกับลูกชายอยู่ในห้อง จึงเกิดความหวาดระแวงและเข้าใจผิดว่าผู้ที่นอนคลุมโปงอย่กับเมียรักของตนคือชายชู้ ทำให้ขาดสติตรงเข้าไปใช้ขวานฟันจามคนที่อยู่ในโปงผ้าห่มอย่างไม่ยั้งโดยเข้าใจว่าเป็นเมียรักกับชายชู้  ทำให้ ด.ช.กลวัชร หรือ “น้องกัน”  เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ ส่วนนางอัญธิดา หรือ“หมิว” เมียรัก ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว  โดยหลังจากน้ตำรวจจะควบคุมตัวนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังต่อไป






ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดวังไทร หมู่ 3 ต.กำโลน อ.ลานสกา สถานที่ตั้งศพ ด.ช.กลวัชร หรือ “น้องกัน”  บำเพ็ญกุศลท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศกเสียใจ โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านจำนวนมากเดินทางมาช่วยกันจัดเตรียมข้าวของในการบำเพ็ญกุศลศพ ด.ช.กลวัชร หรือ “น้องกัน”  ในขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขอำเภอลานสกา และเจ้าหน้าที่ของ รพ.ลานสกา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้เดินทางมาสอบถามรายละเอียดข้อมูลของนายณัฐพงศ์ หรือ“คิงส์”อย่างเอียด โดยเฉพาะการมั่วสุมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งข้อมูลรายละเอียดของ นางอัญธิดา หรือ“หมิว” และ ด.ช.กลวัชร หรือ “น้องกัน”  เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นกรณีศึกษาของทางราชการเพื่อแก้ไขปัญหาในครอบครัวต่อไป





ทางด้าน นางกระจาย คู่อินทร์ อายุ 69 ปี ยายของนางอัญธิดา หรือ“หมิว” ผู้บาดเจ็บและยายทวดของ ด.ช.กลวัชร หรือ “น้องกัน” ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตามปกตินายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” ผู้ต้องหาเป็นคนรักลูกรักเมียมาก แต่ในระยะหลัง ๆ ที่นางอัญธิดา หรือ“หมิว” ไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านฟิซซ่าในตลาด อ.ลานสกา ทำให้นายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” หึงหวงอย่างหนักและหวาดระแวงว่าเมียจะปันใจให้ผู้ชายอื่น  และมีชาวบ้านบอกว่าในช่วงที่นายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” ขึ้นไปทำสวนบนภูเขามักจะมีผู้ชายมาหานางอัญธิดา หรือ“หมิว” ที่บ้านด้วย ส่งผลให้นายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” คิดมากและเก็บความคับแค้นใจมาตลอด ก่อนเกิดเหตุ 3 วันนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” มีปากเสียงกับนางอัญธิดา หรือ“หมิว” ก่อนจะขึ้นไปทำสวนบนภูเขาไม่กลับมานอนบ้าน จนกระทั้งตอนเชาวนเกิดเหตุนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” กลับมาบ้านและเห็นนางอัญธิดา หรือ“หมิว” นอนอยู่ในห้องโดยมีผ้าห่มคลุมโปงมิดชิด และเห็นปลายเท้าโผล่ออกมา 4 ข้างด้วยความหึงหวง ไม่มีสติยั้งคิดเข้าใจว่านางอัญธิดา หรือ“หมิว” นอนคลุมโปงอยู่กับชายชู้ จึงทำให้เลือดขึ้นหน้า ขาดสติตรงเข้าไปใช้ขวานฟันอย่างบ้าคลั่งจนคนที่อยู่ในผ้าห่มแน่นิ่ง และเชื่อว่านางอัญธิดา หรือ“หมิว” และชายชู้คงจะเสียชีวิตคาที่ ก่อนจะออกจากบ้านมาเดินวนเวียนอยู่ในป่าละเลาะรอบ ๆ บ้านจนกระทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาปิดล้อมจับกุมตัวไปดำเนินคดีดังกล่าว

“ เรื่องที่มีข่าวว่าเสพยาจนคลุ้มคลั่งอาลาดและตั้งใจฆ่าลูกเมียของตัวเองนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยเฉพาะลูกชายที่ตายนั้นนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” รักมากที่สุดมักจะพาไปไหนมาไหนด้วยเสมอ เขาก่อเหตุเพราะความหึงหวงจนขาดสติยั้งคิดมากกว่า โดยเรื่องยาเสพติดน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งในการก่อเหตุเท่านั้น ซึ่งตนและญาติ ๆ ทราบว่านายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” ได้ให้การรับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วและเมื่อรู้ว่าคนที่ตัวเองกระหน่ำฟันจนเสียชีวิตนั้นเป็นลูกชายหัวแก้สหัวแหวนที่ตนเองรักมากที่สุดนายณัฐพงศ์ หรือ “คิงส์” ร้องกับปล่อยโฮร้องห่มร้องให้ลั่นโรงพัก ช่างเป็นเวรกรรมของครอบครัวนี้จริง ๆ” นางกระจาย คู่อินทร์ กล่าวในมี่สุด.

 

ภาพ/คลิป  ศูนย์ช่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน