แฉต้นตอปัญหาประมงชายฝั่งเมืองคอน จนท.เลือกปฏิบัติ,พยายามดึง ส.ส. 2 พรรคเผชิญหน้า ชี้คดีขับเรือไล่ชนนายกประมงฯ ไม่คืบ





แฉต้นตอปัญหาประมงชายฝั่งเมืองคอน จนท.เลือกปฏิบัติและพยายามดึง  ส.ส. 2 พรรคเผชิญหน้าเบี่ยงเบนปกปิดความผิดตัวเอง -ชี้คดีพยายามฆ่าขับเรือตรวจการณ์ลาชนเรือหางยาวนายก ฯประมง ฯปากพนังพร้อมเมียไม่คืบ-อีกคดีอิทธิพลฮุบคลองสาธารณะขับเรือไล่ชนเรือ 3 เยาวชนหาปลาตกน้ำหวิดดับทั้ง 2 คดีเงียบฉี่ไม่คืบหน้า

            จากกรณีเมื่อวันที่ 10-11 มิ.ย. 2562 ที่มีกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านใน อ.เมือง และ อ.ท่าศาลา กว่า 500 คนรวมตัวเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกรณีการออกทำประมงตามแนวชายฝั่งและถูกเจ้าหน้าที่ประมงจับกุมดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และการจับกุมของเจ้าหน้าที่ใบ้ความรุนแรงเกินไปโดยถึงขั้นใช้เรือลาชนเรือหางยาวของชาวประมงจนจมได้รับความเสียหาย จึงยื่นขอเสนอ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขอให้เจ้าหน้าที่ผ่อนปรน อะลุ้มอล่วยให้ชาวประมงออกไปประกอบอาชีพหาได้รายบ้างในระหว่างรอการแก้กฎหมายและขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเปลี่ยนเครื่อมือประมงให้ถูกกฎหมาย   2.ให้ยกเลิกสัมปทานพื้นที่แนวชายฝั่งให้นายทุนเลี้ยงหอยและสัตว์น้ำ และ 3. ให้แก้กฎหมายแยกส่วนกันระหว่างการทำประมงเชิงพาณิชย์กับประมงพื้นบ้าน โดยมีมี ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 พรรค พปชร. นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรค พปชร. รับเรื่องเพื่อนำไปเสนอรัฐบาลหามาตรการแก้ไขปัญหา และต่อมาเมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.) มีเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน 6 อำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 200 คน มารวมตัวบริเวณลานตะเคียน หน้าศากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่อย่าผ่อนปรน อะลุ้มอล่วยในการบังคับใช้กฎหมายและให้เข้มงวดกวดขันจับกุมการทำประมงผิดกฎหมายต่อไป โดยมีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.ปชป.เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช ร่วมรับหนังสือข้อเรียกร้อง โดยมีสื่อมวลชนจากส่วนกลางหลายสำนักเดินทางมาร่วมทำข่าว ท่ามกลางการวิพากวิจารณ์ว่ามีเบื้องหน้าเองหลังเป็นม็อบจัดตั้งหรือไม่  ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

 

 

 

 

 


       

อีกคดีกลุ่มอิทธิพลฮุบคลองสาธารณะไล่ชนเรือ 3 เยาวชนหาปลาหวิดตายหมู่ -แจ้งความ สภ.ปากพนัง เกือบ 8 เดือนคดียังไม่คืบหน้า





     (18 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเคลื่อนไหวของม็อบเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านหรือประมงชายฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช 2 กลุ่มมีฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐสนับสนุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และเป็นการสร้างความแตกแยก แตกความสามัคคีระหว่างชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่งหรือประมงพื้นบ้านเหมือนกัน และส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับการอนรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลและร่วมต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายโดยเฉพาะการใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย อาทิ โพงพาง ตะแกรงคาดหอย ลอบพับหรืออ้ายโง่ เป็นต้นมาทำการประมง

            “โดยกลุ่มแรกที่รวมตัวเรียกร้องขอความช่วยเหลือพร้อมที่จะทำประมงโดยผิดกฎหมายและขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการเปลี่ยนเครื่องมือทำประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่จับกุมอย่างเป็นธรรม ไม่ใช้ความรุนแรง เพราะในปัจจุบันยังชาวประมงคราดหอยจากต่างถิ่นเข้ามาคาดหอยจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ไม่จับกุม อีกทั้งตลอดแนวชายฝั่งยังมีเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ทั้งโพงพางปีก และลอบพับหรืออ้ายโง่ เต็มไปหมดตลอดแนวชายฝั่ง โดยเจ้าหน้าที่หรือใครที่ออกไปในทะเลสามารถเห็นเครื่องมือผิดกฎหมายวางเกลื่อนทะเลตลอดแนวชายฝั่งนครศรีธรรมราชอย่างชัดเจน  เจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเจ้าหน้าที่มีผลประโยชน์โดยมิชอบอยู่ด้วยหรือไม่  และยังปล่อยให้มีกลุ่มอิทธิพลฮุบลำคลองสาขานับ 10 สายทำประมงผิดกฎหมายและห้ามประชาชนล่วงล้ำเข้าไปในลำคลองต่าง ๆ อย่างเด็ดขาดทั้ง ๆ ที่เป็นลำคลองสาธารณะแต่กลับมีเจ้าของ ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ปล่อยเอาไว้ได้อย่างไร  เรื่องทั้งหมดหากเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปล่อยปละละเลย ไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปัญหาก็จะไม่ลุกลามเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และที่สำคัญดูเหมือนว่ามีเจ้าหน้าที่บางคนบางกลุ่มต้องการดึงให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาของ ส.ส.จาก 2 พรรคการเมืองแทน เพื่อเบี่ยงเบนความผิดพลาดของตัวเอง”

 

 

 

 





ในขณะที่นายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่ง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาตนได้ต่อสู้กับขบวนการทำประมงผิดกฎหมาย ทั้งการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายและการฮุบคลองสาธารณะมาตลอด และเห็นด้วยกับโครงการ “ปากพนังโมเดล” การออกมาต่อสู้อย่างต่อเนื่องของตนได้สร้างความไม่พอใจให้กับนายทุนที่ทำประมงโดยผิดกฎหมายรวมทั้งเจ้าหน้าที่ประมงที่มองว่าตนคือตัวปัญหาในการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด กองทัพภาคที่ 4 จนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ถ่ายภาพ/คลิปการทำประมงผิดกฎหมาย การฮุบลำคลองสาธารณะของกลุ่มนายทุนร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชน และยังโพสต์ในเฟซบุ๊คอย่างต่อเนื่อง จนสร้างความโกรธแค้นให้กับเจ้าหน้าที่ประมงเป็นอย่างมาก

 

            “การแก้ปัญหาการทำประมงโดยผิดกฎหมายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ มิติ โดยเฉพาะกลุ่มชาวประมงชายฝั่งส่วนใหญ่ต่างมีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ  แม้เขาจะพร้อมที่จะหันมาทำประมงถูกต้องตามกฎหมาย แต่การเปลี่ยนเครื่องมือประมงให้ถูกกฎหมายต้องใช้เงินไม่น้อย จึงขอสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเพื่อซื้อเครื่องมือประมงใหม่ที่ถูกกฎหมาย หรือรัฐบาลจะต้องหาช่องทางในการส่งเสริมอาชีพใหม่ให้ชาวประมง ซึ่งตนได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขอให้จัดสรรพื้นที่ตามแนวชายฝั่งให้ประมงได้ประกอบอาชีพเลี้ยงหอยหรือสัตว์น้ำอื่น ๆ ลดปัญหาการทำประมงด้วยใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งไปยังอธิบดีกรมประมงให้ดำเนินการตามที่ตนเสนอ ทางอธิบดีกับประมงสั่งการลงมายังประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชให้ดำเนินการตั้งแต่เดือน ก.พ. 2561 แต่จนถึงบัดนี้ทางประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ยอมดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น”

 

 

 

 

 

 

            นายมาโนช กล่าวอีกว่า นอกจากตนจะมีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากกลุ่มที่ทำประมงผิดกฎหมายแล้ว ตนยังไม่มีปลอดจากเจ้าหน้าที่ประมงเอง ที่มองว่าตนชอบร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ สื่อมวลชน และยงถ่ายรูปการปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายปล่อยให้มีการทำประมงผิดกฎหมาย เครื่องมือประมงผิดกฎหมายเต็มอ่าว การกระทำของตนสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าหน้าที่ จนเมื่อเย็นวันที่ 5 ก.ค. 2561 ในขณะที่ตนและนางราตรี ดวงดี ภรรยา ขับเรือหางยาวไปวางอวนจับปลากระบอกในอ่าวปากพญา ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบเครื่องมือประมงผิดกฎหมายวางดักจับสัตว์น้ำเต็มอ่าว และยังพบเรือตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่ประมงจอดอยู่ และมีเจ้าหน้าที่ประจำเรือ 2 คน เมื่อเห็นตนจึงกวักมือเรียกเข้าไปต่อว่าเรื่องที่ตนถ่ายภาพเครื่องมือประมงผิดกฎหมายเต็มอ่าวโดยเจ้าหน้าที่ ฯเห็นชัดเจนแต่ก็ไม่มีการจับกุม โดยเจ้าหน้าที่เรือตรวจการณ์ประมงระบุว่าตนถ่ายภาพไปโพสต์ประจานหลายครั้งแล้ว วันนี้จะไม่ยอมอีกแล้ว จากนั้นก็ติดเครื่องเรือประมงตรวจการณ์ไล่ล่าเรือหางยาวของตนสุดระทึกกลางทะเล ตนขับเรือหางยาวหลบหนีตายสุดชีวิต และโชคดีที่ขับเข้าไปในที่น้ำตื้นซึ่งเรือตรวจการณ์ประมงไม่สามารถเข้าไปได้ แต่ก็ขับวนเวียนอยู่รอบ ๆ ในระหว่างนั้นตนจึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และจากนายไพโรจน์  รัตนรัตน์ แกนนำชมรมคนลุ่มน้ำพึ่งพาตนเอง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ททาร กอ.รมน. จนมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำนำเรือตำรวจน้ำออกไปช่วยเหลือคุ้มกันเรือหางยาวของตนกลับเข้าฝั่ง ในขณะที่เรือตรวจการณ์ประมงก็ขับไล่ตามมาห่าง ๆ จนตนกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย ถือว่ารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ทาง พล.ต.ต.วันไชย จึงแนะนำให้ตนลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง และให้ไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่ากับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยตนเชื่อว่าหลังจากนี้ชีวิตตน ภรรยาและครอบครัวจะไม่ปลอดภัยในการออกำไปทำประมงกลางทะเลอีกแล้ว จึงขอความคุ้มครองชีวิตจากผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังการคับการตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยและจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ประจำเรือตรวจการณ์ประมงในข้อหาพยายามฆ่าจนถึงที่สุด จนผ่านมากว่า 1 ปีถึงปัจจุบันคดีไม่คืบหน้าใด ๆ ตนทราบหลังสุดว่าพนักงานสอบสวนส่งสำนวนถึงอัยการและทางอัยการสั่งสอบเพิ่มเติมและเรื่องก็เงียบหายไปจนถึงปัจจุบัน

 

            อีกคดีกรณีนายวีระศักดิ์ บิลเต๊ะอนุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 323/3 หม่ 4 ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ด.ช.ภูวดล บิลเต๊ะ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/ 4 หมู่ 4 ต.ปากพนังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และ ด.ช.วัชรินทร์ อาจโต๊ะเส็น  อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/1 หมู่ 4 ต.ปากพังฝั่งตะวันตก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สรศักดิ์  ใบมิเด็น พนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  ผู้เสียหายกรณีที่ทั้ง 3  คนนำเรือหางยาวหรือเรือประมงขนาดเล็กประกอบออกอาชีพประมงพื้นบ้าวางอวนในคลองบางแทงเล หมู่ 7​ ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ถูกกลุ่มอิทธิพลที่ยึดลำคลองดังกล่าวจำนวน 5 คน ใช้เรือหางยาวล้อมกรอบและพุ่งชน จนผู้เสียหายทั้ง 3 คนพลัดตกน้ำ กาบเรือได้ความเสียหาย​ ​ เครื่องยนต์เรือหางยาวเสียหาย และโทรศัพท์พลัดตกน้ำ​หา 2  เครื่อง และกลุ่มอิทธิพลยังพยายามใช้ใบพัดเรือฟันเด็ก ๆ ให้ตาย จนเด็กผู้เสียหายทั้ง 3 คนต้องยกมือไหว้ร้องขอชีวิตจึงรอดตายมาได้หวุดหวิด โดยทางกลุ่มคนร้ายยังประกาศก้องห้ามใครลวงล้ำเข้ามาทำประมงในลำคลองของตัวเอง ทั้ง ๆ คลองบางแทงเล หมู่ 7​ ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นลำคลองสาขาแม่น้ำปากพนังและเป็นลำคลองสาธารณะที่ประชาชนมีสิทธิ์ใช้ประกอบอาชีพร่วมกัน โดยข่มขู่ว่าหากยังฝ่าฝืนลวงล้ำเข้ามาวางอวนหรือทำอาชีพประมงในลำคลองดังกล่าวอีกจะใช้ปืนยิงถล่มให้ตาย เหตุเกิดเมื่อเลา 20.00 น.คืนวันที่ 12 พ.ย.2561  และเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือกับ ทหาร มทบ.4 เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2561 แต่เรื่องก็เงียบหายเช่นกัน

 

            “ตนเห็นด้วยและสนับสนุนเต็มที่ในการจัดการกับการทำประมงผิดกฎหมายและร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง  แต่ไม่เห็นด้วยกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เสมอภาคของเจ้าหน้าที่ประมงที่ มีการปล่อยปละละเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  และจับกุมด้วยวิธีการรุนแรง เช่น การขับเรือตรวจการณ์หรือเรืออื่น ๆ ไล่ชนเรือหางยาวของชาวประมงพื้นบ้าน และในกรณีของตนและภรรยาที่ทุ่มเทต่อสู้ในเรื่องนี้มาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีแทนที่จะได้รับรางวัลจากทางราชการแต่ทางราชการพยายามหยิบยื่นความตายให้กับตนและภรรยาแทน จึงอยากจะฝาก ส.ส.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามความคืบหน้าของคดีต่าง ๆ ดังกล่าวด้วย” นายมาโนช กล่าวในที่สุด.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพ/คลิป  แฟ้มภาพข่าวศูนย์ขาวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่วทีนิวส์นครศรีธรรมราช/รายงาน

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน









ข่าวที่เกี่ยวข้อง