สมาพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.)แต่งชุดดำพรึบแสดงพลังแถลงการณ์คัดค้านการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ




เมื่อวันที่ 10มีนาคม 2562 ที่ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา อ.เมือง จ.ลำปาง ดร.วีรบูล เสมาทอง ประธาน สมาพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.)   พร้อมองค์กรพัฒนาวิชาชีพครูและสังคม องค์กรเครือข่ายทุกองค์กร 16จังหวัดภาคเหนือ ได้แต่งกายชุดดำร่วมกันออกมาแถลงการณ์เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันต่อการคัดค้านร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา และกำลังจะประกาศใช้เป็นกฎหมายในอนาคต  

 

 

 

สมาพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.)

จากนั้นดร.วีรบูล เสมาทอง ประธาน สมาพันธ์ครูภาคเหนือ(สคน.)  ได้อ่านแถลงการณ์เพื่อคัดค้าน ร่างพระราชบัญญัติฯฉบับดังกล่าวมีฐานะเป็นกฎหมายแม่บทการกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศไทย มุ่งโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ “เด็กและเยาวชนไทย” อันเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของประเทศชาติ แต่ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ เป็นการบัญญัติกฎหมายที่ขาดการมีส่วนร่วมจากผู้ที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาการศึกษาไทยอย่างรอบด้าน มีความเร่งรีบต่อการบัญญัติกฎหมายอันเป็นผลกระทบอันสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพของ “เด็กและเยาวชนของไทย”อย่างยิ่ง อีกทั้งยังขาด

ความเชื่อมโยงต่อสภาพการจัดการศึกษาของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันคุณภาพของการศึกษาไทยเป็น ประเด็นสำคัญ  โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นสาระสำคัญและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้คือ “การออกใบรับรองความเป็นครู” แทน “การออกใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพครู” ส่งผลให้ศักดิ์และสิทธิของความเป็นวิชาชีพครูหมดลงอย่างสิ้นเชิง

เนื่องจาก พระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ถูกยกเลิกไปนั้น ได้กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา(วิชาชีพครู) เป็นวิชาชีพควบคุม มีมาตรฐานตำแหน่งวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพควบคุมการประกอบวิชาชีพอันเป็นหลักประกันสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาไทย และกำหนดให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง เหมือนกับวิชาชีพชั้นสูงอื่น เช่น วิชาชีพแพทย์ ,วิชาชีพวิศวกร,วิชาชีพทนายความ ฯลฯ แต่ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่กำลังจะประกาศใช้เป็นกฎหมายนี้ ได้ทำลายความเป็นวิชาชีพชั้นสูงของ วิชาชีพครู คือ “การออกใบรับรองความเป็นครู” ซึ่งไม่ได้บ่งบอกหรือเป็นหลักประกันใดๆที่จะทำให้การศึกษาของไทยดีขึ้นกว่าเดิม เนื่องการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของ “เด็กและเยาวชนไทย” ที่ด ารงคงอยู่ในปัจจุบันนั้นมีหลักประกันในความเป็นวิชาชีพชั้นสูงโดยการให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา(วิชาชีพครู) ทุกคนมี “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” อันเป็นหลักประกันที่มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ และสาระสำคัญที่สุดคือ เป็นหลักประกันในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย ให้เป็น เด็กดี เด็กเก่ง สามารถอยู่ร่วมในสังคมในฐานะของพลเมืองที่ดีของประเทศได้เป็นอย่างดี

 

 

 

สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน