ไอเดียทำถนนยางพารา ของ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ซึ่งเป็นคนแรกของไทย ที่สามารถผลักดันรัฐบาล




จากกรณีที่ นายสุจิต ชำนาญกิจ นายก อบต.กุแหระ จ.นครศรีธรรมราช นำชาวบ้านลงพื้นที่เยี่ยมชมถนนทางเข้าหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนาที่ 4 ซึ่งเป็นถนนกว้าง 5 เมตร ยาว 1,700 เมตร ทำด้วยพาราแอลฟัลท์ติกคอนกรีต มีส่วนผสมของน้ำยางพารา ด้วยงบประมาณ 2,0480,000 บาท ทำให้ชาวสวนยางต่างพากันชื่นชมในความคิด เพราะเป็นอีกวิธีหนึ่งช่วยแก้ปัญหายางพาราราคาตกต่ำได้ พร้อมฝากให้รัฐบาลให้ความสำคัญและเอาจริงเอาจังกับการทำถนนด้วยส่วนผสมยางพารา เพราะถ้าถนนทุกสายในประเทศไทย รัฐบาลมีการบังคับให้ใช้น้ำยางพารามาผสม เชื่อว่าจะทำให้ยางพาราราคาดีขึ้นแน่นอน และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ อบต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช... ภูมิใจนำเสนอและเพื่อช่วยเหลือชาวสวนยางพารา

 

 

(27 พ.ย.61)ผู้สื่อข่าวรานงานว่าหลังจากกระแสการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดเพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่อเนื่อง จนรัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาทลงมาชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง  ท่ามกลางเสียงวิพากวิจารณ์ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราวก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ. 2562 ซึ่งไม่ใช่การแก้ไขปัญหาอย่างถาวร  อย่างไรก็ตามแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบ วิธีการและขั้นตอนที่จะช่วยแก้ปัญหาราคายางอย่างถาวร คือการ “ทำถนนยางพารา” ซึ่งต้องยอมับว่าเป็นแนวคิดหลักแนวคิดหนึ่งในการแก้ไขปัญหาราคายยางพารา ช่วยเหลือชาวสวนยางได้

 

 

วันนี้จึงขอนำเสนอขอมูลเรื่องราว การทำถนนยางพารา ซึ่งในประเทศไทยจะต้องคิดถึงเด็กหนุ่มชาว ต.ทุ่งใส่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของแนวคิดหรือไอเดียคนแรก เขาผู้นั้นคือ “นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำ นปช.ในสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

                “เขาคือคนแรกที่ผลักดันให้รัฐบาลทำถนนยางพารา...ในเมืองไทย

                “...ผมจะใช้ยางพารามาทำถนนเพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศ...” เป็นคำพูดฮอตของ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ประมาณ 3-4 เดือน ก่อนลุกจากตำแหน่ง..............

 

 


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเฟซบุ๊คของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้นำข้อมูลจากที่มา มติชน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1349405336&grpid=01&catid&subcatid โดยโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2013 (พ.ศ.2555) ว่า

                “ถนนนี้-ไม่ธรรมดา ถนน"ยางพารา"แข็งแรงทนทานมากกว่าถนนลาดยางมะตอย

                "ถนนยางพารา" สายแรกของประเทศไทย ที่กำลังพูดถึงกันในขณะนี้ เป็นไอเดีย ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับและกระตุ้นราคายางพาราในประเทศ

วิธีการหนึ่ง คือการใช้ยางพาราแทนยางมะตอย หรือเป็นส่วนผสมหลักในการปูผิวถนน

                นายณัฐวุฒิ เผยว่า จะใช้ถนนหมู่ที่ 2 ต.เขาขาว อ.ทุ่งสง ตัดผ่านพื้นที่ขององค์การสวนยาง ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ ไปบรรจบถนนสายบ้านคอกช้าง ต.บางขัน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ระยะทาง 19 กิโลเมตร นำร่อง

ใช้งบประมาณจากกรมวิชาการเกษตร 85.5 ล้านบาท และขอให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท มาร่วมในขั้นตอนการก่อสร้าง คาดว่าน่าจะก่อสร้างเสร็จภายใน 3-4 เดือน

 

 

หลังสร้างถนนเสร็จณัฐวุฒิ บอกว่าจะจัดงาน World Rubber Expo บนถนนสายนี้ เพื่อแสดงผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติที่มาจากงานวิจัย และจากผู้ประกอบการ พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการ และนักลงทุนจากทั่วโลกมาร่วมงาน ตั้งเป้าให้เป็นเวทีเจรจาธุรกิจยางพาราที่มีกลุ่มผู้ประกอบการจากทั่วโลกในประเทศที่เกี่ยวข้องมาพบกัน คาดว่าจะเริ่มจัดงานได้ในปีหน้า พลันที่ไอเดียถนนยางพาราแพร่ออกไป ก็มีเสียงขานรับจากชาวนครศรีธรรมราช อาทิ สมเกียรติ ชนะศรี ชาว ต.เขาขาว อ.ทุ่งสง อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา เล่าว่า ใช้ถนนสายนี้มานานกว่า 30 ปี รับจ้าง กรีดยางให้กับองค์การสวนยาง จากวันนั้นถึงวันนี้ถนนสายนี้ยังเหมือนเดิม ลำบากมากเวลาหน้าฝน ลูกๆ ไปโรงเรียนก็ลำบาก ได้ข่าวว่าจะสร้างถนนรู้สึกดีใจ เพราะเท่าที่ทราบ ทางองค์การสวนยางก็ขอรัฐบาลมาหลายสมัยแล้วแต่ไม่เคยได้

 

 

ขณะที่ วิรัตน์ เพชรเกลี้ยง พนักงานองค์การสวนยางกรุงหยัน กล่าวว่า อยู่ในพื้นที่นี้มาหลายปี ตั้งแต่เกิด หลับตาเดินรู้เลยว่าเป็นแบบไหน รู้สึกดีใจหากมีการสร้างถนนสายนี้จริงๆ จะทำให้เส้นทางการคมนาคมสะดวกมากยิ่งขึ้น การขนส่งสินค้าทางการเกษตรจะดีขึ้น คนที่ใช้เส้นทางนี้มีหลากหลายอาชีพ พอฝนตกน้ำท่วมถนนก็จะพังต้องตั้งงบประมาณขึ้นมาซ่อมแซม เมื่อปีที่แล้วน้ำท่วมถนนตั้งงบซ่อมยังไม่แล้วเสร็จน้ำท่วมถนนพังหมดอีก คือเสียงสะท้อนอยากได้ถนนดีๆ ไว้สัญจรและไม่ต้องซ่อมบ่อยๆ  นนยางพาราน่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้ เพราะ "ยุทธ" ผู้รับเหมาทำถนนในภาคใต้มีคำตอบให้ว่า ถนนสายนี้ อาจจะดำเนินการก่อสร้างโดยใช้ยางข้นอัตรา 5% กับยางมะตอยแบบผสมร้อนแล้วนำไปราด ถนนที่ราดด้วยยางมะตอยผสมยางพารา จะมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าถนนราดยางมะตอยธรรมดาและยังทนต่อการเกิดร่องล้อได้ดีกว่าถนนที่ได้จากการใช้ยางมะตอยปกติ 2.9 เท่า ภาคใต้ดูเหมือนว่าจะมีการทดลองก่อสร้างแล้ว ในถนนสาย อ.หาดใหญ่-อ.เมืองสงขลา

 

 

"การราดถนนแบบผสมร้อน ผมได้เข้ารับการอบรมและศึกษาข้อมูลจากสถาบันวิจัยยาง พบว่า ถนนตามมาตรฐานซึ่งมีความหนา 5 หรือ 8 เซนติเมตร ใช้ยางพารา อัตรา 5% ของยางมะตอย จะใช้ปริมาณเนื้อยางแห้ง (ยางพารา) 0.305 กิโลกรัม/ตารางเมตร หรือประมาณ 2,745 กิโลกรัมต่อถนนขนาดสองช่องทางในระยะทาง 1 กิโลเมตร"

"แม้ค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 10-17% ตามราคาของยางพารา แต่ความแข็งแรงทนทานของถนนที่มีอายุการใช้งานนานขึ้น ถือว่าคุ้มค่าการลงทุน คาดว่าจะสามารถช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐในการซ่อมแซมถนนได้ปีละหลายพันล้านบาท" ยุทธอธิบายถึงความคงทนเชิงวิชาการของยางพาราผสมยางมะตอย

 

 

ขณะที่ สุวิทย์ รัตนพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช ยืนยันจากประสบการณ์จริงว่า ใช้ยางพาราราดถนนหน้าสำนักงาน เพราะแต่ละวันจะมีรถเข้าออกนำยางพาราแผ่นมาขาย พ่อค้ายางก็มารับซื้อ ทั้งยางแผ่น ยางสด จึงต้องมีถนนที่ทำเป็นพิเศษ เพื่อรองรับน้ำหนักรถทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ได้ การลงทุนทำถนนแบบนี้คุ้มมากๆ เพราะมีความเหนียวแน่น และรองรับน้ำหนักเป็นอย่างดี

"เพราะในน้ำยางสดจะมีน้ำผสมอยู่ด้วย 65% ยางธรรมชาติ มีคุณสมบัติที่ดี คือมีความคงตัวสูง ความยืดหยุ่นดี และทนความล้าดี ดังนั้น การใช้ยางพาราผสมกับยางมะตอยเพื่อใช้ราดถนน สามารถช่วยปรับปรุงคุณสมบัติยางมะตอยให้ดีขึ้นได้ สามารถยืดอายุการใช้งานของถนนได้นานขึ้น" สุวิทย์กล่าว และยังระบุว่า ในต่างประเทศก็ใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย มาเลเซีย และออสเตรเลียในอนาคตหากมีการใช้ยางพาราผสมยางมะตอยราดถนนเพิ่มมากขึ้น นอกจากทำให้ถนนมีความทนทานมากขึ้นและอายุการใช้งานยาวนานขึ้นแล้ว

 

 

ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษาถนนได้ค่อนข้างมาก และเป็นแนวทางเพิ่มปริมาณการใช้ยางธรรมชาติภายในประเทศมากขึ้นนั่นคือความเห็นจากสุวิทย์ เป็นอีกเสียงที่สะท้อนถึงผลดีของการใช้ยางพาราทำถนนเทคนิคที่จะใช้กับถนนยางพาราสายแรก จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามนอกจากจะส่งผลต่อราคาและความต้องการใช้ยางแล้วเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ใครๆ คงอยากนำรถไปซิ่งสัมผัสด้วยตนเองว่า จะนิ่มนวลแข็งแรงขนาดไหน

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน