ศรีสะเกษ ตัวแทนโนนป่ายางกว่า 20,000 คนบุกพบผู้ว่าฯยืนยันไม่เช่าที่ดิน (ขมคลิป)




เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 61   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์วิทยบริการ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี      ศรีสะเกษ  ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ  ยายทองคำ   ไชยชาญ  อายุ  75 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 11 ชุมชนโนนสำราญ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยแกนนำตัวแทนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตโนนป่ายาง จำนวน  8 หมู่บ้านประกอบด้วย บ้านโนนแย้ บ้านโนนหล่อ บ้านโนนแดง บ้านเพียนาม ม.9 บ้านเพียนาม ม.3 บ้านโนนสำนัก  ชุมชนโนนสำราญ  ชุมชนกุดหวาย  ในเขต 2 ตำบลคือ ต.หญ้าปล้อง กับ ต.หนองไผ่ อ.เมืองศรีสะเกษ ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 20,000 คน  ได้มาพบกับ นายวีระศักดิ์   วิจิตร์แสงศรี  ผวจ.ศรีสะเกษ เพื่อยื่นหนังสือขอคัดค้านการที่มีข่าวว่า ทางราชการจะให้ชาวบ้านที่อยู่ในเขตพื้นที่โนนป่ายางเช่าที่ดิน  ทั้งที่บริเวณนี้ชาวบ้านอยู่อาศัยและเป็นที่ทำกินมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว  เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ไปสำรวจเขตโนนป่ายางและให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า จะแก้ไขปัญหาเขตโนนป่ายางโดยจะให้ชาวบ้านเช่าที่ดินทั้งหมดเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ทั้งนี้ยายทองคำ ได้นำชาวบ้านเรียกร้องที่ดินทำกินบริเวณนี้มานานกว่า 65 ปีแล้ว แต่ว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังแต่อย่างใด


ยายทองคำ   ไชยชาญ  อายุ  75 ปี  กล่าวว่า  ขณะนี้ตนป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 4 ผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง จะขอต่อสู้เรื่องนี้จนกว่าจะตายไปจากโลกนี้  โดยได้ร่วมกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตโนนป่ายางต่อสู้เรียกร้องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินมากว่า 65 ปี แล้ว โดยเมื่อปี 2468 โนนป่ายางได้ถูกราชการขีดเส้นเอาพื้นที่โนนป่ายาง จำนวน 4,125 ไร่ไปเป็นที่สาธารณะประโยชน์  ทั้งที่ชาวบ้านอาศัยทำกินกันมาก่อนปี 2468   ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว โนนป่ายางมีพื้นที่ 4,125 ไร่  แต่ทางราชการระบุว่า โนนป่ายางมีเนื้อที่เพียง 1,531 ไร่เท่านั้น  แล้วที่ดินจำนวน 2,594 ไร่หายไปไหน  อีกทั้งเขตโนนป่ายางมีความแปลกแยกแตกต่างกันก็คือ มีพื้นที่ติดชานเมืองห่างจากศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษไม่ถึง 100 เมตร เป็นที่สาธารณะประโยชน์แห่งเดียวในโลกที่มี สค.1 เกือบเต็มพื้นที่ มีโฉนดที่ดินบางส่วนมี สปก.บางส่วนมีใบเหยียบย่ำ มี บภท.6 มี สค.2 มี นส.3 ก.นส.3 ข ทำให้เกิดปัญหาคือ การเกิดแบ่งแยกในพื้นที่เดียวกัน ชาวบ้านที่ยากไร้ได้ สค.1 แต่ชาวบ้านที่มีฐานะดีได้โฉนดที่ดิน ทำให้เกิดการปฏิบัติที่ 2 มาตรฐานจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้  ทำให้ชาวบ้านได้รับความไม่เป็นธรรม ซึ่งการที่จะให้ชาวบ้านที่อาศัยเขตโนนป่ายางกว่า 20,000 คน เช่าที่ดินทำกินที่ตนอาศัยอยู่มานานหลายชั่วอายุคน เป็นการทำร้ายและเป็นตราบาปที่ทางราชการจะยัดเยียดให้กับชาวบ้านโนนป่ายาง 8 หมู่บ้าน 2 ตำบล ซึ่งเรื่องนี้ตนขอ                         ชื่นชม นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.ศรีสะเกษ ที่มีความจริงจังและจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้และเป็นผู้ว่าฯ คนแรกของ จ.ศรีสะเกษ ที่ได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ดูข้อเท็จจริงเขตโนนป่ายาง แต่ว่าเรื่องนี้จะต้องใช้เวลานานในการแก้ไขปัญหา ซึ่งตนและชาวบ้านเขตโนนป่ายางทุกคนไม่ยอมรับหากว่า ทางราชการจะให้เช่าที่ดินของตนเอง  ดังนั้น ตนและชาวบ้านโนนป่ายางทุกคนกว่า 20,000 คน จึงขอวิงวอนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขวัญใจชาวไทยและขวัญใจชาวบ้านที่ยากไร้ ได้โปรดแก้ไขปัญหา โดยขอให้ใช้มาตรา 44 แก้ไขช่วยเหลือชาวบ้านโนนป่ายางด้วย เพราะว่ามีเพียงนายกลุงตู่เท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ช่วยเหลือชาวบ้านโนนป่ายางกว่า 20,000 คนได้ เนื่องจากปัญหานี้ยืดเยื้อมานานร่วม 100 ปีแล้วนั่นเอง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน